พวกเราเคยทำเป็นมาแล้ว เพราะอะไรพวกเราไม่กลับไปเป็นพวกเราในเวอร์ชั่นที่ยอดเยี่ยมล่ะ

ซึ่งถ้าเกิดทวนรวมทั้งจำช่วงนั้นได้ ต้องการที่จะให้ลองนึกถึงว่า แล้ว “เพราะเหตุไรพวกเราไม่กลับไปเป็นพวกเราในเวลานั้น?” หรือ “ในตอนนั้นพวกเรามีความคิดหรือรู้สึกแบบไหนกันนะ” รวมแล้วทีนี้คือ พวกเราเคยเป็นผู้ที่ดีมากยิ่งกว่านี้ พวกเราเคยเก่งกว่าวันนี้ พวกเราเคยทำเป็นมาแล้ว เพราะอะไรพวกเราไม่กลับไปเป็นพวกเราในเวอร์ชั่นที่ยอดเยี่ยมล่ะ?…

คงจะบอกมิได้ว่า “ขณะนั้น” ของแต่ละคนควรเป็นยังไง คิดเช่นไร ทำเช่นไร แม้กระนั้นมั่นใจว่าสิ่งหนึ่งที่พวกเราต่างมีเป็น “ความมั่นใจและความเชื่อมั่น” และก็ “ความศรัทธา” ในตนเอง เสมือนเป็นไฟดวงหนึ่งภายใต้จิตใจที่พวกเราทุกคนย่อมมี วันนี้มันเพียงแต่ดับไป ถูกหลงๆลืมๆ กลืนหาย ลดค่าลงไป ด้วยสภาวะ ต้นเหตุ คำตอบที่บกพร่องใดๆในสมัยก่อนก่อนหน้าที่ผ่านมา หรือ พวกเราในเวอร์ชั่นที่เยี่ยมที่สุด บางทีอาจเคยควรมีตัวช่วย เป็นสภาพแวดล้อมแบบหนึ่ง เป็นใครสักคน หรือสาเหตุใดก็ตาม อย่างต่ำก็ทำให้พวกเรารู้ดีว่าอะไรที่มันหายไป อะไรที่อยากได้เติมเต็มในขณะนี้…

ถ้าเกิดยังคิดไม่ออก ให้ทดลองจินตนาการภาพเด็กที่ไม่กลัวฝน ไม่กลัวแฉะ กลับดูฝน ดูการเปียกโชกเกิดเรื่องเบิกบานด้วยไป ช่างต่างกับวัยผู้ใหญ่ที่บางคราวทำน้ำหกสวมเสื้อไม่กี่หยดก็หมดความเชื่อมั่นและมั่นใจได้แล้ว เด็กคนนั้นบางทีอาจเป็นพวกเราในเวอร์ชั่นที่ยอดเยี่ยมก็เป็นไปได้

เขียนเนื้อหาบทความนี้ไป ก็ยังแอบคิดตามไปพร้อมได้ว่า มันใช้ได้กับดูเหมือนจะทุกเรื่องที่พวกเรากำลังห่วยแตก เพียงนึกย้อนไป ถ้าเกิดเป็นพวกเราในเวอร์ชั่นที่ดีเยี่ยมที่สุด พวกเราคิดยังไง พวกเราตกลงใจยังไง พวกเราปฏิบัติตนเช่นไร อะไรทำให้พวกเรามั่นอกมั่นใจในสิ่งต่างๆพวกนั้น?

แบบนี้แล้ว เมื่อพวกเรากำลังสิ้นหวัง ตกอับ ลดน้อย เพียงแต่ทดลองรำลึกมองว่า หากพวกเราในเวอร์ชั่นที่ดีเยี่ยมที่สุดกำลังอยู่ในเหตุการณ์นี้ พวกเราจะคิด, จะทำ, จะเป็นเยี่ยงไร? หรือ ครั้งคราวเรื่องห่วยแตกๆกลุ่มนี้ มันไม่จำเป็นอะไรต่อ “พวกเราในเวอร์ชั่นที่ยอดเยี่ยม” เลย

ดื่มกาแฟระยะเวลาไหน “ตื่นตัวที่สุด”

ในชีวิตประจำวันของหลายคนต่างมีกาแฟเข้ามาเกี่ยวพัน ตั้งแต่ยามเช้าหลังจากที่ตื่นนอนขึ้นมาแล้วที่จำเป็นต้องดื่มกาแฟก่อน ตอนบ่ายก็จำเป็นต้องดื่มกาแฟอีก หรือแม้กระทั้งจะนั่งรถยนต์เดินทางไปปฏิบัติงานก็ผ่านค๊อฟฟี่ช็อปนับสิบร้านค้า โดยเป็นที่เข้าใจดีว่ากาแฟเป็นเครื่องดื่มที่มีคาเฟอีนอยู่จำนวนมาก แล้วก็คาเฟอีนก็เป็นสารที่กระตุ้นระบบประสาทให้กำเนิดความกระฉับกระเฉง ซึ่งคนทำงานจำนวนมากชอบเลือกดื่มกาแฟก็เพื่อมีการตื่นตัว และก็ลดอาการง่วงนอนที่มักเกิดขึ้นในระหว่างวัน ในเวลาเดียวกันบางบุคคลก็เจอปัญหาดื่มกาแฟแล้วนอนไม่หลับ บางบุคคลดื่มและก็ไม่เคยรู้สึกตื่นตัวอะไรเลย หรือบางบุคคลก็พบว่ามีลักษณะกระวายกระวน ทั้งๆที่จิบกาแฟไปเพียงแค่เล็กๆน้อยๆแค่นั้น ซึ่งเนื้อหานี้ Bluekoff ก็จะพาทุกท่านไปค้นหาคำตอบกันว่า ดื่มกาแฟช่วงไหน “ตื่นตัวที่สุด” ตั้งแต่การดื่มกาแฟแก้วแรกจนกระทั่งการดื่มกาแฟแก้วในที่สุด เพื่อไม่ให้ร่างกายตื่นตัวอย่างเหมาะควรและไม่ส่งผลเสียต่อการพักผ่อนหย่อนใจของท่าน

สาเหตุของความง่วงหงาวหาวนอน
เพื่อจะเข้าใจในเรื่องขณะที่สมควรสำหรับในการดื่มกาแฟ พวกเราก็เลยจะต้องรู้จักกับสาเหตุของความง่วงหงาวหาวนอนก่อน เพราะเหตุว่าหลายท่านมักดื่มกาแฟเพื่อแก้อยากนอน แล้วก็อาการง่วงหงาวหาวนอนนั้นมีปัจจัยหลักมาจาก “อะดีโนซีน”

เซลล์ต่างๆในร่างกายมนุษย์จำเป็นที่จะต้องการแหล่งพลังงานเพื่อสามารถปฏิบัติงานได้ โดยแหล่งพลังงานนั้นเรียกว่า ATP หรือ อะดีโนซีนตรีฟอสเฟต (Adenosine Triphosphate) เมื่อร่างกายมีการใช้พลังงานจาก ATP ผ่านแนวทางการทางเคมีจะได้สารที่เรียกว่า อะดีโนซีน (Adenosine) ซึ่งเป็นสารสื่อประสาท โดยอะดีโนซีนจะเข้าไปจับกับตัวรับอะดีโนซีน (Adenosine Reseptor) ที่อยู่บนผิวของเซลล์ประสาท เมื่ออะดีโนซีนมีจำนวนที่มากขึ้นเรื่อยก็จะมีลักษณะง่วงมากยิ่งขึ้นตามไปด้วย ซึ่งเป็นกลไกให้ร่างกายได้พักเพื่อเซลล์ต่างๆได้มีเวลาสำหรับในการปรับปรุงแก้ไขซ่อนแซมตนเองนั่นเอง

แนวทางการทำงานของคาเฟอีน
เหตุที่กาแฟช่วยลดอาการง่วงงุนได้นั้นมาจาก คาเฟอีน (Caffein) ที่มีอยู่ในกาแฟ เนื่องจากว่าคาเฟอีนนั้นมีรูปร่างและก็องค์ประกอบทางเคมีที่คล้ายกับอะดีโนซีนอย่างใหญ่โต คาเฟอีนก็เลยเข้าไปจับกับตัวรับอะดีโนซีน รวมทั้งกีดกันรูปแบบการทำงานของตัวรับอะดีโนซีนพวกเราก็เลยไม่เคยทราบสึกง่วงนอน